hkf01

ชาวแวร์หลาย ๆ คนที่เป็นแฟนคลับเชฟกระทะเหล็ก คงจะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม ปีเตอร์ ไลย์ กันมาบ้าง สำหรับแวร์มาสเตอร์ เชฟคือคนหนึ่งที่เวลาดู ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในเกม ก็มีความเชื่อว่าต้องเป็นคนที่สร้างสรรค์อาหารได้ดี ประกอบกับได้ยินชื่อเสียงร้านที่กำลังจะรีวิวให้ดูนี้มานานแล้ว ยิ่งได้รู้ว่ามีเชฟ ปีเตอร์ ไลย์ เป็นหัวเรือใหญ่ Hong Kong Fisherman แล้ว ก็ทำให้แวร์มาสเตอร์รู้สึกว่าร้านนี้น่าสนใจมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

พอเข้ามาที่ร้านก็จะรู้เลยว่านี่เป็นร้านอาหารจีน แต่เป็นร้านอาหารจีนที่ดูดีมีคอนเซปท์ในการตกแต่งของเขานะ ด้วยความที่คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ ผู้บริหารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อครั้งที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกง และมีความทรงจำเกี่ยวกับอ่าว Causeway Bay ซึ่งมีเรือประมงแล่นอยู่ในอ่าว จึงไม่ต้องแปลกใจว่าการตกแต่งร้านหลาย ๆ ส่วนนั้น จำลองมาจากเรือประมง และเป็นที่มาของชื่อ Hong Kong Fisherman นั่นเอง

hkf02

hkf03

Hong Kong Fisherman สำหรับหลาย ๆ คนที่ได้ไปเดินอิมแพ็คเมืองทองธานีบ้าง ก็คงจะพอผ่านตาหน้าร้านกันมาบ้าง หรือหลาย ๆ คนก็น่าจะได้ชิมลิ้มรสกันบ้างแล้ว ในบรรดา 200 กว่าเมนู เมนูส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารกวางตุ้งสไตล์ฮ่องกงตามชื่อร้าน แต่ก็ยังมีอีกหลายเมนูที่เป็นเมนูประจำภาคต่าง ๆ ของเมืองจีนแผ่นดินใหญ่เช่นกัน และปัจจุบัน Hong Kong Fisherman ได้ขยายธุรกิจแตกไลน์เป็นร้านสุกี้สไตล์ฮ่องกง ร้านอาหารฮ่องกงเน้นทานเร็ว รวมไปถึงสาขา 2 ที่ K Village สุขุมวิท 26 อีกด้วย และยังโด่งดังจากการจัดเลี้ยงโต๊ะจีนเป็นจำนวนมาก ขนาดหลายพันโต๊ะในคราวเดียวก็เคยทำมาแล้ว (ทำได้ยังไง!)

แน่นอนว่า ร้านสเกลขนาดนี้ เชฟปีเตอร์ ไลย์ ต้องมีเชฟใหญ่มากความสามารถคอยทำงานเคียงข้างกันไปด้วย นั่นคือ เชฟแลม (ชาน ยิ้ว แลม) ซึ่งควบคุมการทำงานทั้งหมดของครัวในร้านอย่างใกล้ชิด วันนี้ เชฟใหญ่ทั้งสองให้เกียรติมาพูดคุยด้วยอย่างเป็นกันเองมาก ๆ และไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งคู่อายุ 60 ขึ้นกันแล้ว เพราะยังดูกระฉับกระเฉงไม่ต่างอะไรกับคนอายุ 30 เลย

hkf22

เชฟแลม มีประสบการณ์ด้านอาหารจีนมานานตั้งแต่อยู่ฮ่องกง และเมื่อมาอยู่เมืองไทย ก็ได้ทำงานที่โรงแรมชั้นนำ อย่างโรงแรมแชงกรีล่า ซึ่งขึ้นชื่อทางด้านจัดเลี้ยงคนเป็นจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ และก็ได้ย้ายมาอยู่กับ Hong Kong Fisherman ดูแลพนักงานอย่างน้อยกะละ 40 คน มาเป็นเวลาหลักสิบปี และด้วยความที่เชฟแลมเด่นดวงมาทางด้านติ่มซำมาก่อน จึงไม่แปลกใจที่นี่จะมีครัวติ่มซำเป็นของร้านเองที่คอยออกติ่มซำสดใหม่ทุกวัน

hkf04

hkf05

ส่วนเชฟปีเตอร์ ไลย์ ผู้ซึ่งเริ่มชีวิตวงการอาหารมาตั้งแต่อายุ 17 ปี (ตอนนี้อายุ 63 ลองลบเลขดูว่าประสบการณ์ขนาดไหน) มีประสบการณ์การทำงานด้านอาหารกวางตุ้งมาหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง ออสเตรเลีย คูเวต เกาหลีใต้ รวมมาถึงประเทศไทย และปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่ง Director of Chinese Kitchens ดูแลภาพรวมร้านอาหารจีนทั้งหมดในเครืออิมแพ็ค

เมื่อเราถามเชฟปีเตอร์ว่า อาหารกวางตุ้งฮ่องกง ต่างกับอาหารกวางตุ้งจีน อย่างไร เชฟก็ตอบว่า อยู่ที่การเน้นคุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ ต้องดีจริง และต้องสรรหาเป็นอย่างมาก ถ้าวัตถุดิบในประเทศ ไม่ได้เกณฑ์อย่างที่ต้องการจริงๆ ก็ต้องสรรหาวัตถุดิบจากต่างประเทศนำเข้ามาให้ได้

อีกอย่างที่จะต้องพูดถึงคือ ซอส XO ซึ่งนับได้ว่าเป็นซอสจากเกาะฮ่องกงแท้ ๆ ซึ่งคุณพ่อของเชฟปีเตอร์ เป็นผู้คิดค้นซอสต้นฉบับขึ้นมา เพื่อให้ฮ่องกงมีซอสที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นของตนเอง และที่ตั้งชื่อว่า ซอส XO ไม่ใช่เพราะว่ามีบรั่นดีอยู่ในซอส แต่เป็นเพราะเชฟ Huen Lai ต้องการเปรียบเปรยซอสเป็นบรั่นดีระดับ XO คือบรั่นดีที่ได้รับการบ่มอย่างยาวนานเป็นพิเศษและมีรสเลิศ นั่นเอง

ปูเรื่องมาขนาดนี้แล้ว คงอยากอ่านรีวิวเมนูกันแล้ว เราไปเริ่มกันเลยจ้ะ

พูดถึงอาหารฮ่องกง ในบ้านเราก็จะนึกถึงติ่มซำเป็นอย่างแรกๆ ทีนี่มีครัวเฉพาะที่ทำติ่มซำ ทำสดใหม่ทุกวัน เซ็ตแรกที่มาดูเลอค่าเต็มปากเต็มคำ คือเซ็ต ฮะเก๋ากุ้งปิดทอง – ขนมจีบหมูไข่กุ้ง – ขนมจีบหอยเชลล์คาเวียร์

hkf06

ฮะเก๋ามาทั้งตัวเต็มๆแบบไม่รู้จักกุ้งสับ สมศักดิ์ศรีฮะเก๋าปิดทอง

hkf07

ขนมจีบหมูไข่กุ้งคับปากจากเนื้อกุ้งที่ตีจนเหนียวนุ่มผสมกับหมูสับคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน เต็มปากเต็มคำแต่เคี้ยวง่ายไม่แน่นจนเกินไป

hkf08

ส่วนขนมจีบหอยเชลล์คาเวียร์  หอยเชลล์นั้นก็มาเป็นก้อนเต็มๆด้วยคุณภาพขนาดที่ส่งมาจากฮอกไกโด ด้วยความเต็มของทั้ง 3 ทหารเสือนี้ จึงทำให้ราคา 195 บาทเป็นราคาที่สมเหตุสมผลคุ้มราคา แนะนำว่า ให้ทานก่อนจิ้มจิ๊กโฉ่ว เพราะรสดีมาก ๆ อยู่แล้วในตัวของมันเอง

hkf11

กุ้งนึ่งพริกมะนาว ในราคา 90 บาท ได้กุ้งขาวตัวใหญ่ เนื้อเต็ม นำมานึ่งมะนาวและพริกให้มีรสชาติออกไทยนิดๆ  เข่งนี้เชฟบอกว่าคิดมาเผื่อลูกค้าจะต้องการความแปลกใหม่ และเมนูนี้ก็ทำตั้งแต่สมัยยังไม่มีติ่มซำสไตล์ไทยออกมาก่อนเลย เมื่อชิมแล้ว รสชาติออกไทยแปลกไปกว่าติ่มซำปรกติจริงๆด้วย แต่ก็จะไม่ถึงกับจัดจ้าน ยังคงรสชาติค่อนข้างอ่อนและเน้นโชว์รสชาติของวัตถุดิบมากกว่า

hkf12

ซาลาเปาหิมะอบหมูแดง ประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าราคาของซาลาเปาที่นี่เพียงลูกละ 30 บาท เชฟปีเตอร์ไลย์ก็ได้เฉลยว่าเพราะต้องการให้ที่ร้านมีของดีที่ซื้อทานได้ง่าย ๆ และยังโชว์ฝีมือของร้านอยู่ แม้ว่าจะไม่ได้กำไรจากมันเท่าไหร่ก็ตาม ซาลาเปาหิมะเป็นซาลาเปาแบบอบ คล้าย ๆ กับพัฟฝรั่ง แต่ว่าเปลี่ยนชนิดแป้งและไขมันที่ใช้ ทำให้แป้งมีรสสัมผัสเป็นแผ่นแห้ง เกล็ด ที่ซ้อนเป็นชั้น ๆ นับไม่ถ้วน และมีความหวานบาง ๆ ห่อหุ้มหมูแดงอบซอสที่รสชาติชัดเจน เป็นซาลาเปาที่ทำให้คนทานแอบอิ่ม ที่ว่าแอบอิ่มก็เพราะว่า รสสัมผัสแป้งเบาจนอาจจะทานเยอะโดยไม่รู้ตัว

hkf10

เผือกทอด (75 บาท) พร้อมน้ำจิ้มบ๊วย เป็นความกรอบที่เป็นมิตรกับเหงือกและฟัน ไม่คมแข็งบาดปาก รสเผือกนัวดี ทานได้เพลิน ๆ

hkf16

ขาไก่นึ่งเต้าซี่ (75 บาท) ติ่มซำเมนูนี้เป็นเมนูที่หลาย ๆ คนได้ชิมแล้วเลิฟกันเป็นอย่างมาก ปรกติเราจะได้กินแต่ปลาเต้าซี่ แต่ ขาไก่ปรุงมาเข้ากันได้ดีมากกับเต้าซี่ ความหวานเค็มและรสสัมผัสของเจลาตินจากข้อไก่ เพิ่มรสสัมผัสของเมนูนี้โดยรวม เผลอแป๊บเดียวขาไก่เต็ม ๆ เข่งก็หมดลงไม่รู้ตัว

สรุปรวมว่า เมนูติ่มซำที่นี้ ราคาไม่ค่อยแรง และบางเมนูนี่เรียกว่าถูกเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้รับ เรียกได้เต็มปากว่าเป็นติ่มซำระดับพรีเมียม เพราะแต่ละเข่งจัดมาเน้น ๆ สมศักดิ์ศรีของเชฟแลมจริง ๆ

hkf09

บาร์บีคิวรวมมิตร รวมเนื้อย่างสามอย่างที่ขาดไม่ได้ของอาหารฮ่องกง (จานเล็ก 390 บาท จานกลาง 800 บาท จานใหญ่ 1100 บาท) เสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้ม 3 อย่าง บาร์บีคิวประกอบด้วย หมูแดง หมูกรอบ และเป็ดย่าง ซึ่งมาเป็นท่อนและหั่นชิ้นหนากว่าที่เคยเห็นมาทั่วไป เชฟให้เหตุผลว่า ถ้าหั่นบาง ความชุ่มชื้นในเนื้อมันก็จะยิ่งหายไปเร็ว และการหั่นหนา เป็นการแสดงรสชาติที่ปรุงเข้าไปในเนื้อได้อย่างเต็มที่อีกด้วย แวร์มาสเตอร์แนะนำว่า ถ้ายังอยากทานเมนูอื่นด้วย อย่าสั่งจานใหญ่ เพราะแค่จานเล็กก็อิ่มได้จากปริมาณของเนื้อที่มาแบบเต็ม ๆ

hkf14

hkf15

เป็ดปักกิ่ง (980 บาท) ซึ่งเป็นเมนูโปรดของเชฟปีเตอร์ไลย์เอง พันธุ์ที่ใช้ทำเป็ดปักกิ่งที่นี่ ต้องเป็นพันธุ์มิหยา อิมพอร์ตมาจากเมืองจีน และมีน้ำหนักอยู่ในช่วง 3 กิโลกรัม เท่านั้น สาเหตุที่ใช้เป็ดเมืองไทยไม่ได้ เชฟบอกว่า เป็นเพราะเป็ดเมืองไทย ทำอย่างไรก็ไม่ได้รสชาติแบบเป็ดปักกิ่งขนานแท้ โดยที่สไตล์ของเป็ดปักกิ่งที่นี่จะเป็นแบบร้านดังในปักกิ่งเลย คือร้าน ฉวนจี่เต๋อ แต่การแล่จะแตกต่างกัน โดยที่ที่ฉวนจี่เต๋อ จะแล่ให้ติดเนื้อ แต่ที่ Hong Kong Fisherman จะเป็นแบบแล่ให้ติดหนังเท่านั้น และเพื่อความสุดในรสชาติและรสสัมผัส ทางร้านจึงได้สั่งทำ “ตู้เป่าเป็ด” เป็นพิเศษ เพื่อเป่าหนังเป็ดให้แห้งอย่างที่ต้องการในอุณหภูมิที่ควบคุมได้อย่างคงที่ เชฟจึงกล้าบอกเลยว่า เป็ดปักกิ่งที่นี่ ไม่แพ้ที่ไหนในประเทศ

hkf19

hkf20

ส่วนเนื้อเป็ด สามารถนำไปทำเมนูอื่นได้ โดยที่เมนูยอดฮิตในการนำเนื้อเป็ดไปใช้ต่อในที่นี้คือ เมี่ยงเป็ด และมีผักกาดแก้วเสิร์ฟมาเพื่อเป็นชามธรรมชาติให้เราตักเมี่ยงเป็ดลงไป และยังช่วยตัดเลี่ยน ทำให้รสชาติโดยรวมเบาขึ้นอีกด้วย

hkf13

กุ้งทอดครีมสลัด (จานเล็ก 450 บาท จานกลาง 850 บาท จานใหญ่ 1,350 บาท) ใช้กุ้งขาวใหญ่ที่เนื้อเด้ง มาคลุกกับแป้งมันฮ่องกง (ไม่ได้ใช้เกล็ดขนมปังแบบหลาย ๆ ที่) ลงทอด แล้วราดหน้าด้วยน้ำสลัดทำเองและงาขาว ทานคู่กับสลัดผลไม้ ด้วยความที่กุ้งทอดมาแบบไม่อมน้ำมัน ความหนาของแป้งแค่เคลือบคลุมเนื้อกุ้งทั้งหมด กรอบนอก นุ่มใน ทานง่าย น้ำสลัดค่อนข้างเบา เลยทำให้ทานได้เรื่อย ๆ แบบไม่เลี่ยนซะก่อน

hkf17

หอยเชลล์ฮอกไกโดผัดซอสเอ็กซ์โอ (จานเล็ก 1,100 บาท จานกลาง 2,150 บาท จานใหญ่ 3,250 บาท) ไหน ๆ ก็มาเยือนถิ่นทายาทซอส XO แล้ว จะไม่มีเมนูอะไรเกี่ยวกับซอส XO ก็จะไม่สมบูรณ์ จานนี้แสดงความดีงามของวัตถุดิบกับโชว์เทคนิคเต็ม ๆ หอยเชลล์ตัวเบิ้มจากฮอกไกโด สุกพอดีเป๊ะ ผัดคลุกกับซอส XO ออริจินัล รสสัมผัสที่ได้จึงหยุ่นนุ่มและเต่งตึงสู้ฟันพองาม เคี้ยวช้าๆใช้เวลานิดหน่อยในการทำฟันบนและฟันล่างมาบรรจบกันภายในตัวเนื้อหอย รสชาติซอสนุ่มนวลแต่ก็แฝงความจัดหน่อย ๆ แต่ไม่ใช่ความจัดจ้าน กลับเป็นความจัดที่เหมือนดึงเอารสชาติจากวัตถุดิบหลายสิบชนิดมาบรรเลงประสานพร้อมกัน รวมถึงบล็อกโคลี่รวนไฟแรง ทำให้ยังมีสีเขียวสดแม้ว่าจะทิ้งไว้นาน ทำให้กรอบสุดสุดและไม่เหม็นเขียวเลย

hkf18

มาถึงจานข้าวผัด ตามธรรมเนียมอาหารจีนแล้ว ข้าวจะเป็นตัวปิดท้ายของคาว วันนี้เรามา Hong Kong Fisherman เราก็ต้องกินข้าวผัดฟิชเชอร์แมน (จานเล็ก 300 บาท จานกลาง 550 บาท จานใหญ่ 800 บาท) บางคน เมื่อต้องการรู้ว่าร้านอาหารจีนแห่งนั้น ๆ เป็นอย่างไร พวกเขาจะพิสูจน์จากข้าวผัดที่ร้านนั้นทำออกมา ข้าวผัดร่วนถูกเคลือบทั่วอย่างเงางาม ประกอบกับกุ้งสด กังป๋วย หอยเชลล์ และไข่เค็มแดง ทำให้ได้ทั้งความสด เค็ม หวาน มัน จากวัตถุดิบดังกล่าว และเมื่อยิ่งนำซีอิ๊วฮ่องกงมาคลุกเคล้า ก็ยิ่งทำให้รสชาติชัดเจนเข้าไปใหญ่

เราถามว่า ซีอิ๊วฮ่องกง ไม่เหมือนซีอิ๊วในเมืองไทยเหรอ มันควรจะมีสักยี่ห้อที่เหมือนนะ เชฟเลยยกซีอิ๊วมาให้ทั้งชามให้ดมและให้ชิมเต็มที่ เราจึงได้ซึ้งกับเหตุผลว่า ไม่ใช่ว่าอร่อยไม่อร่อยกว่ากัน แต่สิ่งไหนที่จะทำให้เป็นฮ่องกงแท้ ๆ มากกว่ากัน จึงทำให้เชฟต้องลงทุนอิมพอร์ตของบางอย่างเข้ามาถึงแม้จะต้องการใช้ของในพื้นที่ก็ตาม

hkf21

จบของคาว เราก็ต้องมาต่อกับของหวาน ไม่อย่างนั้นมื้อของเราคงจะไม่ฟินาเล่ แม้ว่าจะอิ่มแล้วก็ตาม พุดดิ้งมะม่วง (80 บาท) ใช้เนื้อมะม่วงน้ำดอกไม้ มารวมกับนม วุ้น พุดดิ้งเนื้อแน่นกว่าพุดดิ้งนมทั่วไป แต่ก็ไม่ถึงหนักท้อง รสชาติมะม่วงน้ำดอกไม้มาเต็ม ส่วนสาคูแคนตาลูป (80 บาท) นุ่มนวลดีงามตามมาตรฐานสาคูแคนตาลูปสากล ไม่ผิดหวังเช่นกัน จบท้ายมื้ออย่างสวย ๆ หล่อ ๆ และอืด ๆ

ใครต้องการมาชิม ร้านเขาเปิดทุกวันจ้ะ และรองรับลูกค้าได้ถึง 300 ที่นั่ง รวมไปถึงห้องส่วนตัวที่จุได้หลายสิบคน แต่ถ้าเป็นช่วงที่มีอีเวนท์ใหญ่เยอะ ๆ หรือเสาร์อาทิตย์ โทรมาจองกันก่อน เพื่อความมั่นใจว่าจะมีโต๊ะจริงๆจ้ะ

ร้านอาหาร ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน Hong Kong Fisherman
ล็อบบี้ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี

เปิดบริการทุกวัน
จันทร์ – พฤหัส 11.00 – 22.00 น.
ศุกร์ – อาทิตย์ 11.00 – 23.00 น.
โทร 02-833-5434-5
เว็บไซต์ http://www.hkfisherman.com
อีเมล fisherman@impact.co.th

1 comment

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s