ช่วงไม่กี่ปีนี้ เราจะเห็นได้ว่า แบรนด์สัญชาติยุโรป รวมไปถึงอาหารการกินสไตล์ยุโรป บูมมากขึ้นในบ้านเรา แม้ว่าเศรษฐกิจโดยรวมจะดูชะลอตัว แต่แบรนด์ดังทั้งหลายก็ยังตบเท้าเข้ามาด้วยความหวังอันสดใส paul_01

PAUL ร้านขนมปังเจ้าเก่าแก่ ที่ใครที่เลิฟประเทศฝรั่งเศส ก็เป็นต้องรู้จักกันดี เป็นแบรนด์เก่าแก่ที่สูตรตกทอดมาแล้วถึง 5 ชั่วคน ตั้งแต่ปี 1889 และยังคงใช้สูตรที่คิดค้นขึ้นตั้งแต่กว่าร้อยปีที่แล้วจวบจนถึงปัจจุบัน ในที่สุด หลังจากการเจรจาธุรกิจอันยาวนาน PAUL Thailand ก็ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ที่ Central Embassy เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา แวร์มาสเตอร์ไปถึงร้านก่อน 10 โมงเช้า ชั้นวางขนมปังหน้าร้าน ก็เริ่มถูกเติมด้วยขนมปังและแซนด์วิชเพื่อซื้อกลับบ้านได้แล้ว และภายใน 11 โมง ทั้งชั้นจะเต็มไปด้วยขนมปัง เค้ก แซนด์วิช เต็มเอี้ยดละลานตา ชวนให้เลือกกลับบ้านเป็นยิ่งนัก

paul_06 paul_18 paul_09 paul_08 paul_10

(และแน่นอน ขนมปังสองชิ้นอยู่ในถุงกลับบ้านของแวร์มาสเตอร์เป็นที่เรียบร้อย) แต่ PAUL ก็ไม่ได้มีแต่ขนมปังและขนมอื่นๆเท่านั้น แต่ยังมีอาหารหวานคาว ที่หลายๆตัวด้วย และภายในร้าน นอกจากจะมีรูปร้านสาขาแรกที่เป็นตำนานของ PAUL แล้ว ก็ยังมีเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งประจำร้าน PAUL ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆร้านทำตาม นั่นก็คือการเปิดให้ดูบางส่วนของห้องทำขนมปัง ซึ่งก่อนหน้าที่คุณ Francis Holder ซึ่งเป็นรุ่นที่ 4 จะทำการปรับปรุงร้าน ไม่มีร้านไหนที่เคยเปิดห้องขนมปังให้ลูกค้าได้เห็นมาก่อน paul_05

การเปิดร้านให้เห็นครัว หรือให้เห็นที่เตรียมอาหาร นับเป็นความมั่นใจของร้านอีกอย่างหนึ่ง ที่จะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่า กระบวนการก่อนที่จะมาถึงโต๊ะอาหารของลูกค้า ก็เป็นไปด้วยความโปร่งใส มีระเบียบ มืออาชีพ และไม่สกปรกหมกเม็ด ณ ร้าน PAUL แห่งนี้ เราจึงยืนเกาะกระจกดูเชฟทั้งหลายเตรียม นวด อบ ขนมปังได้ตามสบาย และได้บิลท์อารมณ์อร่อยของตัวเอง ก่อนที่จะได้กินจริง ๆ ซะอีก

แม้ว่า PAUL จะมีลุคที่เนี้ยบ พนักงานได้รับการเทรนมาอย่างดีทั้งทางด้านบุคลิกภาพ มารยาท และการแต่งตัว แต่เชฟปาน Head Chef Bakery ผู้ดูแลขนมอบทั้งหมดในร้าน ได้บอกไว้ว่า ที่นี่เป็นของพรีเมียม ใช้ของดี เน้นคุณภาพ แต่ไม่ได้เป็นที่ที่ต้องแต่งตัวหรูหราเข้ามากิน ลูกค้าสามารถจะใส่เสื้อยืดขาสั้นมาได้สบาย ๆ และนั่นเป็นความตั้งใจของร้าน PAUL ที่ต้องการเป็นร้านที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม้ว่าเมื่อเข้ามาเมืองไทยจะได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์นอก และสาขาแรกเปิดที่ Central Embassy ก็ตาม paul_07 paul_02 paul_04

เรามาเริ่มเมนูกันเลยดีกว่า มาเริ่มจากเมนูอาหารคาวกัน ก่อนที่จะจบมื้อด้วยขนมรัวรัว เมนูอาหารคาวของ PAUL นั้นอาจจะดูเหมือนไม่มาก แต่ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะเป็นแซนด์วิชเหมือนกัน แต่อีกไม่กี่เดือนแวะมาใหม่ ก็อาจจะได้กินแซนด์วิชไส้ใหม่ๆก็ได้ วันที่แวร์มาสเตอร์ไป เมนูใหม่ของ Croque Monsieur เพิ่งมาใหม่ เป็นไส้หัวหอมและมะเขือเทศอบ ความหอมกรอบของชีสอบและขนมปังไม่เป็นรองใคร บวกกับมะเขือเทศอบที่รสชาติหวานเข้มข้นและหัวหอมที่ผ่านการผัดจนหวานนุ่มนวล เข้ากันได้ดีกับขนมปังและชีส ใครที่เป็นชาวมังสวิรัติหรือต้องการกินแซนด์วิชอบในรสชาติใหม่ ๆ แบบที่ไม่เหมือนที่เคยกิน ๆ มา ก็มาลองกันได้ ก่อนที่เมนูอาจจะถูกเปลี่ยนไปอีกครั้งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วน Longe de thon หรือสเต็กทูน่า รสชาติได้มาตรฐาน ควบคุมคุณภาพอาหารคาวโดยอดีตเชฟโรงแรมโอเรียนเต็ล ซึ่งเชฟปานก็ได้กล่าวเสริมว่า ความท้าทายของเมนูที่นี่ คือต้องผ่านการอนุมัติหลายขั้นตอนจากทั้งสำนักงานที่เมืองไทยเอง สำนักงานที่ดูแลภาคพื้นเอเชีย และสำนักงานใหญ่ที่ฝรั่งเศส เพื่อการควบคุมคุณภาพให้ได้ความเป็น PAUL เหมือนกันทั้งโลก paul_12 paul_13

กินของคาวกันพอหอมปากหอมคอ ขอพุ่งไปที่ของแข็งของ PAUL เลยก็แล้วกัน สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของขนมที่ PAUL นอกจากกระบวนการการผลิตแล้ว ก็ยังเป็นที่แป้งที่ร่วมผลิตกับทางฟาร์มหลายๆแห่งเพื่อให้เป็นแป้งในลักษณะที่ PAUL ใช้ และด้วยความที่ต้องการคงสูตรดั้งเดิมตั้งแต่ร้อยกว่าปีที่แล้วเอาไว้ แม้ว่าบางสูตรจะไม่อินเทรนด์ แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ PAUL มีเอกลักษณ์ในผลิตภัณฑ์ของตนเองอย่างชัดเจนและไม่เหมือนใคร paul_15

อย่างครัวซองต์ที่นี่ ซึ่งเป็นตัวนำไลน์ Viennoiserie ก็จะเป็นครัวซองต์ที่มีเนื้อนุ่ม ผิดกับครัวซองต์ที่ฮิต ๆ กันในปัจจุบันที่มีความกรอบค่อนข้างสูง แต่แน่นอน ความหอมเนยชั้นดียังต้องคงมีอยู่ทั้งสองแบบ จึงเรียกได้ว่าเป็นครัวซองต์ที่ดี ส่วนจะชอบไม่ชอบ เป็นเรื่องความชอบส่วนตัวจ้ะ Millefueille ที่นี่ก็เป็นไอเท็ม Patisseries ที่แวร์มาสเตอร์อยากจะแนะนำเมื่อมาที่นี่ แป้งกรอบดี กรอบนาน รวมไปถึงเพสทรีครีมวานิลลาที่ทำมากลมกล่อมตัดกับเนื้อสตรอเบอรี่ที่คลุกมาด้วยเป็นอย่างดี ถ้านิยมของนุ่มกว่านี้ Eclaire ที่นี่ก็จะเป็นแนวนิ่ม แต่ไม่เละ อบมาอย่างเป๊ะ ไส้หอมกลิ่นฮาเซลนัท รสชาติโดยรวมดีงามเหมือนหน้าตา ส่วน Escacote ที่นี่เหมาะสำหรับคนชอบขนมเนื้อนิ่มและหวาน แต่ถ้าความโดดเด่น แวร์มาสเตอร์ก็ยังว่า สู้ มิวเฟยล์ และเอแคลร์ ไม่ได้จ้ะ paul_14 paul_17

วันนี้แวร์มาสเตอร์จับคู่เบเกอรี่เหล่านี้กับช็อกโกแล็ตร้อน ที่เข้มข้น อุ่น ละมุน ดื่มง่าย ใครชอบช็อกโกแลตร้อนขอแนะนำเลย paul_11

ความชอบของที่นี่ แวร์มาสเตอร์ให้คะแนนความสบายใจในการกินค่อนข้างมาก จะเห็นว่าเมนูที่นี่ไม่ได้เป็นเมนูแฟนซีอะไร ออกจะเป็นเมนูที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และนึกออกว่าหน้าตารสชาติของแต่ละอย่างเป็นอย่างไร กินได้ง่าย ๆ เข้าใจได้ง่าย และถึงแม้ราคาจะไม่ได้ถูกต่ำเตี้ยเพราะคุณภาพวัตถุดิบค่อนข้างสูงและหลาย ๆ ตัวต้องนำเข้า แต่ก็ไม่ได้ตั้งแพงแบบที่ต้องคิดแล้วคิดอีกก่อนซื้อ คุณภาพปริมาณค่อนข้างคุ้มค่า จึงเป็นอีกร้านหนึ่งที่น่าจะเป็นร้านประจำของใครหลาย ๆ คนได้ไม่ยาก paul_16

ความคิดเห็นจากแขกรับเชิญ

11419921_10153345576595953_1915600658_n

“ขนมร้านพอล เป็นขนมสไตล์ฝรั่งเศสที่เข้าใจง่าย ทานง่าย อร่อยด้วยทั้งฝีมือ และวัตถุดิบที่ดี อาจจะไม่ใช่ขนมฝรั่งเศสที่ซับซ้อนอลังการ แต่ก็ทานเพลินแบบที่ทานได้ทุกวันไม่เบื่อ”

คุณเช้า ฟู้ดดีไซเนอร์อิสระ และเจ้าของแบรนด์ขนมหวาน Bite Me Softly (http://www.facebook.com/bitemesoftly)

PAUL Thailand
ชั้น L1 Central Embassy
เปิดทุกวัน 8.30 – 22.00
ร้านอาหารเปิดทุกวัน 10.00 – 22.00
https://www.facebook.com/paul1889.thailand

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s