ในกรุงเทพมีร้านอาหารญี่ปุ่นไม่รู้กี่ร้อยกี่พันร้านเข้าไปแล้ว เฉพาะร้านราเมนให้นับกันไม่หวาดไม่ไหว แต่มีเพียงไม่กี่ร้าน ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์พอที่เราจะจำชื่อร้านได้

ส่วนหนึ่งที่ราเมนสามารถที่จะฮอตฮิตได้ในบ้านเรา อาจจะเป็นเพราะว่าเรามีความคุ้นเคยและชื่นชอบกับอาหารเส้นอยู่แล้ว ราเมนของญี่ปุ่นนั้น แต่เดิมมาจากเมนูบะหมี่ของประเทศจีน มีแนวคิดหนึ่งที่บอกว่า คำว่า ราเมน นั้น มาจากคำว่า ลาเมี่ยน (บะหมี่ที่ใช้การดึงเพื่อทำเส้น) ของจีน นั่นเอง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้สูงเพราะคำก็ออกเสียงคล้ายกันอย่างมาก แต่หลายสิบปีก่อน ก่อนจะมาเป็นคำว่า ราเมน นั้น มีชื่อเรียกในญี่ปุ่นอีกอย่างก็คือ ชินะโซบะ ซึ่งแปลว่า โซบะแบบจีน นั่นเอง 

ราเมนโดยทั่วไปจะมีน้ำซุปจากหมูหรือปลา มีหน้าเป็นหมูย่าง ต้นหอม ลูกชิ้นปลา สาหร่าย อย่างไรก็ตาม ในแต่ละพื้นที่ของญี่ปุ่น ก็จะมีราเมนที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันออกไป เรียกว่ามีโอท็อปของใครของมัน และยังมีแบบที่คิดค้นเองโดยไม่อิงโอท็อปของพื้นที่ที่ตั้งอยู่อีกด้วย

ณ ชั้น 6 ห้างสรรพสินค้าอิเซตัน ชาวแวร์ที่คุ้นเคยกับการเดินเซ็นทรัลเวิลด์ หรือแม้แต่อิเซตันเอง ก็คงจะรู้ดีว่า เป็นพื้นที่สำหรับผู้รักอาหารญี่ปุ่นนั่นเอง ที่นี่เองเป็นที่ตั้งของร้านราเมนจากฮอกไกโดร้าน Santouka ซึ่งได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปเปิดมาหลายประเทศ หลายสิบสาขาแล้ว 

front

ร้าน Santouka ก็นับเป็นอีก 1 ร้านที่มีซุปในแบบของตัวเอง ไม่อิงโอท็อปรอบข้าง โดยทั่วไปฮอกไกโดนั้น ทางเมือง Asahikawa ราเมนที่มีชื่อเสียงจะเป็นราเมนสไตล์โชยุน้ำใส ส่วนทางเมือง Hakodate นั้น ราเมนที่มีชื่อเสียงจะเป็นราเมนสไตล์เกลือน้ำใส แต่สำหรับ Santouka ซุปจะเป็นสไตล์ เกลือน้ำข้น ซึ่งคุณ ฮาทานะกะ เจ้าของแบรนด์นั้นได้คิดค้นขึ้นมาเอง จากการที่ตระเวนทานราเมงแล้วไม่ถูกใจ จึงได้ลองคิดค้นน้ำซุปขึ้นมาใหม่ กลายเป็นน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่เคี่ยว 16 ชั่วโมงในอุณหภูมิที่กำหนด ทำให้น้ำซุปมีกลิ่นหอม และถึงจะเข้มข้นก็ไม่เลี่ยน

DSC_2170

ที่โปรยหัวเอาไว้ว่า “พามาถึงเมืองไทยด้วยรักแท้” ก็ไม่ใช่ตามนิยายหลังข่าวที่ไหน แต่คุณ นิจพร จำเรียงฤทธิ์ สาวสวยเจ้าของสาขาผู้นำเข้าแบรนด์ Santouka กับน้องสาว ผู้ค้นพบแบรนด์นี้จากการที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศ ได้มีความประทับใจในรสชาติของราเมน Santouka มาหลายปี จนกระทั่งวันที่คิดจะมีกิจการเป็นของตัวเอง ความประทับใจไม่ลืมเลือนอันนั้น และยังเห็นว่าเมืองไทยยังไม่มีแบรนด์นี้เข้ามาสักที จึงส่งให้คุณนิจพรและน้องสาว ได้สมัครขอเป็นผู้นำเข้าแบรนด์นี้เอง นี่ถ้าไม่รักจริงประทับใจจริง ใครจะอยากเริ่มต้นกิจการตัวเองด้วยขนาดนี้

แต่การขอเป็นตัวแทนแบรนด์นั้น ก็ไม่ใช่ว่าแค่เอาเงินไปให้แล้วจบ คุณนิจพรกับน้องสาวยังต้องผ่านการคัดกรองจากเจ้าของแบรนด์เองเลยด้วย โดยต้องเดินทางไปถึงญี่ปุ่นด้วยตัวเองเพื่อพบปะและพูดคุยอยู่หลายวัน เพื่อให้เจ้าของแบรนด์แน่ใจว่า จะสามารถดูแลแบรนด์ของเขาได้สำหรับการขอเปิดสาขาที่เมืองไทย แม้ว่าแบรนด์นี้จะมีการขยายสาขาไปหลายประเทศ ก็ยังต้องคัดกรองตัวแทนด้วยตัวเจ้าของร้านเองทั้งหมด และเมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว ทางเจ้าของแบรนด์ก็ยังต้องมาเทรนคุณนิจพร น้องสาว และพนักงาน อยู่นานนับเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะเป๊ะ และคุณนิจพร จะสามารถต้มน้ำซุปได้เองเหมือนเจ้าของมาทำให้เลย 

staffs

มาดูกันดีกว่า ว่าที่นี่มีของดีอะไรบ้าง 

แน่นอน มีราเมนที่ไหน ก็มีเกี๊ยวซ่าที่นั่น ซึ่งเป็นของคู่กันมาตั้งแต่สมัยคนจีนเข็นรถบะหมี่ขายที่ญี่ปุ่นก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซะอีก เกี๊ยวซ่าที่นี่เป็นเมนูทานเล่นฮอตฮิตของร้าน และมีความพิเศษตรงที่ใช้คุโรบุตะมาทำแทนหมูธรรมดา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ได้ก็คือ เนื้อที่มีความชุ่มฉ่ำมากขึ้น ไม่ใช่ไส้เกี๊ยวซ่าแห้งๆเป็นก้อนแข็งๆ แป้งข้างนอกบางพอที่จะไม่รบกวนรสชาติไส้ด้านใน ทำให้เราได้รสเต็มที่ 

DSC_2240

มีเกี๊ยวซ่าไปแล้ว ก็มาถึงเมนหลักบ้าง นั่นก็คือ ราเมน นั่นเอง (จะเป็นอะไรไปนอกจากนี้ได้ล่ะเอ้อ) 

เส้นราเมนที่นี่ จะเป็นเส้นที่มีความหนึบสูง ไม่ใช่แนวอ่อนนุ่มขาดง่าย เพราะฉะนั้น ใครชอบเคี้ยวก็จะสนุกมาก แต่ถึงจะหนึบก็ไม่เหนียวนะ หนึบไว้สู้กับฟัน ให้ฟันได้ออกกำลังบ้างนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง ถ้าเป็นในภาษาพาสต้า ก็ต้องเรียกลักษณะเส้นแบบนี้ว่าเป็นเส้นคล้ายๆจะ อัลเดนเต้ ก็คือเป็นเส้นที่สุกทั่ว เป็นภาวะหลังจากที่ยังไม่สุกนิดเดียว เพราะฉะนั้นก็จะยังไม่ยุ่ย และเส้นไม่ขาดง่าย 

DSC_2216

พูดถึงราเมนไปแล้วก็ต้องพูดถึงซุป ซุปราเมนที่นี่มีพื้นฐานมาจากซุปเคี่ยว 16 ชั่วโมงอย่างที่ว่าไปข้างต้น และปรุงออกมาได้ทั้งหมด 4 รสที่คุ้นเคยกัน

DSC_2220

DSC_2254

รสดั้งเดิมออริจินัลขายดีที่สุด ก็ต้องเป็น รสเกลือ ซึ่งอย่าไปจินตนาการว่ามันจะเค็มๆทะเลๆ อะไรอย่างนี้ ที่นี่ ด้วยความเข้มข้นของซุปเคี่ยวมาเจอเกลือ มันก็เกิดการตัดกันทางรสชาติ ทำให้มีความกลมกล่อมเกิดขึ้น เพิ่งเข้าใจว่า ซุปข้นๆมาเจอเกลือนี่ มันถึงได้เข้ากัน เต็มปาก และไม่เลี่ยนแบบนี้นี่เอง ไปๆมาๆกลายเป็นว่าแวร์มาสเตอร์ผู้ชื่นชอบมิโซะราเมน มาประทับใจกับชิโอะราเมนร้านนี้นี่เอง

รสโชยุ หรือรสซีอิ๊วญี่ปุ่น ดูจะเป็นที่คุ้นเคยกับคนไทยมากที่สุด แต่ความเห็นของทีมแวร์มาสเตอร์คือ รสนี้เป็นรสที่คุ้นปากก็จริง แต่เทียบกับรสเกลือ(ชิโอะ)แล้วธรรมดาไปเลย เลยอยากให้ลองเป็นรสออริจินัลไปเลย เพราะมันจะได้ความกลมกล่อมที่เป็นเอกลักษณ์ของร้านจริงๆ

รสมิโซะ หรือ รสเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่ชอบความเข้มข้นแบบดับเบิ้ล นอกจากเข้มข้นซุปเคี่ยวก็ยังเข้มข้นด้วยมิโซะอีก สำหรับคนที่เลี่ยนง่ายหรือชอบอะไรเบาๆ ผ่านเมนูนี้ไปเลยจ้า

รสคารามิโซะ หรือ มิโซะแบบเผ็ด สำหรับผู้ที่ชอบความเข้มข้น ชีวิตต้องแซ่บ ขึ้นจมูกนิดๆ รสติดลิ้นนาน

โดยที่แต่ละซุป ก็จะมีการแต่งหน้าแตกต่างกันไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเกลือ ก็จะมีบ๊วยอยู่ด้านบน ถ้าเป็นโชยุ จะมีสาหร่ายทะเล เป็นต้น 

เครื่องเคียงและ topping ต่างๆ ก็สามารถสั่งได้นะ อยากทานอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ เขาก็มีให้สั่ง ถ้าใครชอบทานไข่เยิ้มแบบญี่ปุ่น แวร์มาสเตอร์ขอบอกว่าอย่าพลาด

topping

เมนูพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่เป็นคาแรกเตอร์ของร้านนี้ก็คือ แก้มหมูย่าง นั่นเอง ถ้าถามว่าทำไมต้องแก้มหมู ซึ่งมีแค่ไม่เกิน 2 ขีดต่อหมู 1 ตัว ก็คงบอกได้แค่ว่า เจ้าของเขาคิดมาแล้วแหละว่าจะเป็นส่วนนี้ ซึ่งพอได้ทาน ก็เข้าใจได้ว่า มันมีความอร่อยในแบบแก้มหมูซึ่งแตกต่างกับส่วนอื่นไปอีก (เกิดมาก็เพิ่งเคยทานแก้มหมูที่นี่ล่ะจ้า) นั่นคือ มันมีความนุ่ม แต่เป็นความนุ่มที่ไม่ใช่แบบละลายในปาก หรือนุ่มยวบแบบเนื้อส่วนตัวหมู มันค่อนข้างเป็นความนุ่มที่อยู่ในรูปทรงของมันเองได้อย่างคงตัว

ที่ Santouka ก็จะมีทั้งแบบเมนูเซ็ตให้ทานคู่กับราเมนรสที่ชอบ หรือจะเป็นแบบอลาคาร์ทมาบนเตาดินเผาเก๋ๆ (ซึ่งเนื้อจะออกแห้งกว่าแบบแรกนิดหน่อย) ก็ได้

DSC_2193

DSC_2251

DSC_2264

นอกจากนี้ ที่ Santouka ยังมีเมนูอื่นนอกจากราเมนอีก ในกรณีที่ชาวแวร์เบื่อราเมนแล้ว หรือกินราเมนมาเยอะแล้ว ต้องการสารอาหารในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม เขาก็มีจัดให้ เป็นเมนูข้าว เช่น ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด ซึ่ง เออ ปรกติร้านราเมนจะไม่โดดเด่นในเมนูอื่นใช่ไหม ที่นี่ก็ไม่ได้โดดเด่นเท่าราเมนหรอก แต่ชิมแล้วก็ เออ มันก็ไม่ใช่เมนูขอไปที มีไปงั้นๆนะ รสชาติเขาก็คิดมาแล้ว แกงกะหรี่รสชาติบาลานซ์ดีด้วย ไม่ใชรสแบนๆไร้มิติ สั่งมาก็ไม่ผิดหวังจ้า (แต่ถ้าหวังว่าหมูทอดทงคัตสึจะเลิศเทียบเท่าร้านทงคัตสึโดยเฉพาะ ก็ไม่ได้เน้อ)

DSC_2248

และยังมีเมนูที่เรียกว่า Santouka Set Menu อีก นั่นคือ สำหรับคนที่เลือกไม่ได้จริงๆ ชีวิตในมื้อนี้ ว่าฉันจะเลือกราเมนหรือข้าวดี ก็มีเมนูเซ็ตนี้เข้ามาช่วยชีวิต โดยที่ในเซ็ตชามข้าวกับชามราเมนก็จะเล็กลงกว่าชามปรกติ เพื่อให้เอ็นจอยกับทั้งสองเมนูที่เลือกเองได้อย่างอิ่มพอดี ราเมนก็เลือกได้ว่าจะเป็นซุปอะไร ในขณะที่ข้าวก็เลือกได้ว่าจะเป็นข้าวหน้าอะไรด้วย ทานกับสลัดผักและไข่ตุ๋นในเซ็ตเพลินๆ

set-menu

DSC_2207

หลังจากที่แวร์มาสเตอร์แวะชิมมาสองสามครั้ง ก็ได้ข้อสรุปว่า ที่นี่น่าจะเป็นร้านราเมนอีกร้าน ที่ถ้าชาวแวร์ได้ไปชิม ก็น่าจะจดจำร้านได้ เพราะรสชาติค่อนข้างมีเอกลักษณ์ เดินทางสะดวก เหมาะกับทั้งพาแฟนไปชิมและพาคุณพ่อคุณแม่ไปชิม และน่าจะเป็นร้านราเมนอีกร้านที่ติดอันดับราเมนที่ต้องไปชิมในกรุงเทพได้อย่างไม่ยาก 

ไปที่แฟนเพจร้าน ราเมน ซันโตวกะ เพื่อติดตามข่าวสารของร้านได้เลยจ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s